ข้อสอบ TOEIC ฉบับปัจจุบัน โครงสร้างข้อสอบ 7 พาร์ทและวิธีเตรียมตัว

พนักงานชายสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูใส่หูฟังไร้สายฝึกข้อสอบฟังและจดคำตอบในมุมพักของออฟฟิศ

กำลังสมัครงานแล้วพบประกาศว่า “ผู้สมัครต้องมีคะแนน TOEIC 600 ขึ้นไป” แต่ยังไม่รู้ว่าคะแนนภาษาอังกฤษของตัวเองอยู่ระดับไหน ต้องทำข้อสอบอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวนานเท่าไรจึงจะมีโอกาสถึงเป้าหมาย

ตัวเลข 600 ในตัวอย่างนี้เป็นเพียงเกณฑ์สมมติ ไม่ใช่ข้อกำหนดของบริษัทใดโดยเฉพาะ เพราะแต่ละองค์กรสามารถกำหนดคะแนนขั้นต่ำแตกต่างกันตามตำแหน่งและลักษณะงาน

ข้อสอบ TOEIC ที่มักพบในประกาศรับสมัครงานคือ TOEIC Listening and Reading ซึ่งประเมินความสามารถในการฟังและอ่านภาษาอังกฤษ รวม 200 ข้อ แบ่งเป็น 7 พาร์ท ใช้เวลาทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง และมีคะแนนรวมตั้งแต่ 10-990 คะแนน

อย่างไรก็ตาม TOEIC ยังมีการสอบ Speaking and Writing แยกต่างหาก ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบว่าบริษัทต้องการคะแนนจากข้อสอบประเภทใด ก่อนเลือกสมัครและเริ่มเตรียมตัว

บทความนี้อธิบายโครงสร้างข้อสอบ TOEIC ฉบับปัจจุบัน สิ่งที่แต่ละพาร์ทวัด ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนควรระวัง และวิธีวางแผนเตรียมสอบให้เหมาะกับเวลาที่มี โดยเน้น TOEIC Listening and Reading ซึ่งใช้ประเมินความสามารถภาษาอังกฤษในบริบทการทำงาน

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน แสดง

ข้อสอบ TOEIC มีกี่แบบ

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นชุดการทดสอบภาษาอังกฤษที่พัฒนาโดย ETS เพื่อประเมินความสามารถในการสื่อสารในบริบทชีวิตประจำวันและการทำงาน

TOEIC ไม่ได้มีเพียงข้อสอบเดียว แต่มีการทดสอบหลายประเภทที่วัดทักษะแตกต่างกัน

TOEIC Listening and Reading

TOEIC Listening and Reading เป็นข้อสอบที่ประเมินความสามารถในการเข้าใจภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ได้ยินและอ่าน โดยใช้คำถามแบบเลือกตอบ เนื้อหามักเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในที่ทำงาน เช่น การนัดหมาย การประชุม การเดินทางเพื่อธุรกิจ การติดต่อประสานงาน และเอกสารสำนักงาน

ข้อสอบมีทั้งหมด 200 ข้อ แบ่งเป็น Listening 100 ข้อ และ Reading 100 ข้อ ใช้เวลาทำข้อสอบรวม 120 นาที คะแนนรวมอยู่ในช่วง 10-990 คะแนน โดยแต่ละทักษะมีคะแนนตั้งแต่ 5-495 คะแนน

ข้อสอบประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษสมัครงาน ประเมินความสามารถในองค์กร หรือยื่นตามข้อกำหนดของสถาบันที่ยอมรับ TOEIC Listening and Reading

TOEIC Speaking and Writing

TOEIC Speaking and Writing เป็นการทดสอบอีกประเภทหนึ่งที่ประเมินความสามารถในการสร้างคำตอบภาษาอังกฤษผ่านการพูดและเขียน ตัวอย่างทักษะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การอธิบายข้อมูล การแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม และการเขียนข้อความเพื่อสื่อสารในสถานการณ์การทำงาน

คะแนน Speaking และ Writing แยกจากคะแนน Listening and Reading และไม่ควรนำมารวมเป็นคะแนน 990 หากประกาศรับสมัครระบุว่าต้องใช้ TOEIC Speaking หรือ TOEIC Writing ผู้สมัครต้องตรวจสอบวิธีสมัครและเกณฑ์คะแนนเฉพาะของทักษะนั้น

การมีคะแนน Listening and Reading สูงไม่ได้หมายความว่าผ่านเกณฑ์ Speaking and Writing โดยอัตโนมัติ

TOEIC Bridge สำหรับผู้เริ่มต้น

TOEIC Bridge เป็นชุดการทดสอบที่ออกแบบสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางตอนต้น โดยมีรูปแบบการประเมินที่เหมาะกับช่วงความสามารถดังกล่าว

ข้อสอบ TOEIC Bridge มีระบบคะแนนและวัตถุประสงค์ต่างจาก TOEIC Listening and Reading แบบมาตรฐาน

ผู้ที่กำลังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอาจใช้ TOEIC Bridge เพื่อประเมินพัฒนาการได้ แต่หากบริษัทกำหนดให้ใช้ TOEIC Listening and Reading ต้องตรวจสอบก่อนว่า TOEIC Bridge สามารถใช้แทนได้หรือไม่

สำหรับเนื้อหาต่อจากนี้จะเน้นข้อสอบ TOEIC Listening and Reading เป็นหลัก

โครงสร้างข้อสอบ TOEIC Listening and Reading

หากสงสัยว่า TOEIC มีกี่พาร์ท คำตอบคือข้อสอบ Listening and Reading แบ่งเป็น 7 พาร์ท โดย Listening ครอบคลุม Part 1-4 และ Reading ครอบคลุม Part 5-7

โครงสร้างหลักตามข้อมูลข้อสอบ TOEIC Listening and Reading ของ ETS มีดังนี้

ส่วนสอบ พาร์ท ชื่อพาร์ท สิ่งที่ประเมิน
Listening Part 1 Photographs ฟังคำบรรยายภาพ
Listening Part 2 Question-Response ฟังคำถามหรือข้อความแล้วเลือกคำตอบ
Listening Part 3 Conversations ฟังบทสนทนา
Listening Part 4 Talks ฟังการพูดหรือประกาศ
Reading Part 5 Incomplete Sentences เติมคำหรือโครงสร้างประโยค
Reading Part 6 Text Completion เติมข้อความในเอกสาร
Reading Part 7 Reading Comprehension อ่านและทำความเข้าใจเอกสาร

ตารางนี้ใช้ชื่อพาร์ทภาษาอังกฤษที่พบในเอกสารแนะนำข้อสอบของ ETS โดยรายละเอียดการจัดสอบจริงและข้อกำหนดในประเทศไทยควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการสอบที่ได้รับอนุญาตอีกครั้ง

พาร์ท Listening 100 ข้อ 45 นาที

Listening มีทั้งหมด 100 ข้อ ใช้เวลา 45 นาที แบ่งเป็นสี่พาร์ท

Part 1: Photographs

ผู้สอบดูภาพแล้วฟังข้อความบรรยาย จากนั้นเลือกตัวเลือกที่ตรงกับสิ่งที่ปรากฏในภาพมากที่สุด

โจทย์วัดความเข้าใจคำศัพท์และความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ในภาพ เช่น บุคคลกำลังทำอะไร หรือวัตถุอยู่ตำแหน่งใด

Part 2: Question-Response

ผู้สอบฟังคำถามหรือข้อความสั้น ๆ แล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

พาร์ทนี้ไม่ได้ทดสอบเพียงการจับคำสำคัญ แต่ยังประเมินความเข้าใจเจตนาของผู้พูดและความเหมาะสมของคำตอบตามบริบท

Part 3: Conversations

ผู้สอบฟังบทสนทนาระหว่างผู้พูด แล้วตอบคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ รายละเอียด และความหมายของข้อมูลที่ได้รับ

บางคำถามอาจเกี่ยวข้องกับภาพ ตาราง หรือข้อมูลประกอบที่ต้องเชื่อมโยงกับบทสนทนา

Part 4: Talks

ผู้สอบฟังข้อความจากผู้พูด เช่น ประกาศ ข้อความเสียง หรือการนำเสนอข้อมูล แล้วตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหา

ความท้าทายคือการจับใจความสำคัญและรายละเอียดให้ทันในระหว่างฟัง

พาร์ท Reading 100 ข้อ 75 นาที

Reading มีทั้งหมด 100 ข้อ ใช้เวลา 75 นาที แบ่งเป็นสามพาร์ท

Part 5: Incomplete Sentences

ผู้สอบเลือกคำหรือวลีที่เหมาะสมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์

โจทย์อาจวัดความรู้เรื่องชนิดของคำ รูปกริยา คำเชื่อม คำบุพบท และการใช้คำศัพท์ให้เหมาะกับบริบท

Part 6: Text Completion

ผู้สอบอ่านเอกสารสั้น เช่น อีเมล ประกาศ หรือจดหมาย แล้วเลือกคำ วลี หรือประโยคที่เหมาะสมเพื่อเติมส่วนที่ขาดหายไป

พาร์ทนี้ต้องใช้ทั้งความเข้าใจไวยากรณ์และความสามารถในการอ่านเนื้อหาต่อเนื่อง

Part 7: Reading Comprehension

ผู้สอบอ่านข้อความจากเอกสารหนึ่งฉบับหรือหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน แล้วตอบคำถามตามข้อมูลที่อ่าน

เนื้อหาอาจเป็นอีเมล ประกาศ ตารางเวลา ข้อความสนทนา หรือเอกสารธุรกิจอื่น ๆ

ผู้สอบต้องค้นหารายละเอียด ตีความเจตนา และเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งภายใต้เวลาจำกัด

คะแนนเต็มและวิธีคิดคะแนน

คะแนน TOEIC Listening and Reading แบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่

ทักษะ จำนวนข้อ เวลา ช่วงคะแนน
Listening 100 45 นาที 5-495
Reading 100 75 นาที 5-495
รวม 200 120 นาที 10-990

คะแนนไม่ได้คำนวณด้วยการนำจำนวนข้อที่ตอบถูกมาบวกกันตรง ๆ แต่ ETS ใช้วิธีแปลงคะแนนตามระบบมาตรฐานของข้อสอบ

ดังนั้น การตอบถูกจำนวนข้อเท่ากันในข้อสอบต่างชุดอาจไม่ได้ทำให้ได้รับคะแนนสเกลเท่ากันเสมอไป

ETS ระบุว่าคะแนน TOEIC Listening and Reading มีอายุสำหรับการรายงานผลสองปีนับจากวันสอบ ขณะที่องค์กรผู้รับคะแนนอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุผลสอบเพิ่มเติม

สำหรับประเทศไทย รูปแบบการจัดสอบ เช่น การสอบบนกระดาษหรือคอมพิวเตอร์ รอบสอบ และวิธีรับผลคะแนน ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการสอบที่ได้รับอนุญาตก่อนสมัคร

แต่ละพาร์ทวัดอะไร และคนไทยพลาดตรงไหน

การรู้เพียงว่าโครงสร้างข้อสอบ TOEIC มีเจ็ดพาร์ทยังไม่เพียงพอ ผู้สอบควรเข้าใจด้วยว่าพาร์ทต่าง ๆ ต้องใช้ทักษะใด และข้อผิดพลาดประเภทไหนที่ควรฝึกแก้ไข

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นจุดที่ผู้เรียนอาจพบระหว่างฝึก ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้สอบชาวไทยทุกคนมีปัญหาเหมือนกัน

Part 1-2 ฟังคำที่เสียงคล้ายกันแล้วเลือกผิด

ใน Part 1 และ Part 2 ผู้สอบอาจถูกดึงความสนใจด้วยคำศัพท์ที่ออกเสียงคล้ายกัน หรือคำที่สัมพันธ์กับสิ่งที่เห็นและได้ยิน แต่ไม่ได้ตอบคำถามจริง

ตัวอย่างประโยคที่แต่งขึ้นเพื่อฝึก:

Question: “When will the manager arrive?”

Response: “At half past nine.”

คำตอบที่เหมาะสมต้องตอบเรื่องเวลา ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะได้ยินคำว่า manager หรือคำศัพท์เกี่ยวกับสำนักงาน

อีกตัวอย่างหนึ่งคือคำถาม “Where is the meeting being held?” ซึ่งต้องการสถานที่ หากตัวเลือกกล่าวถึงเวลาเริ่มประชุม แม้จะเกี่ยวกับการประชุมเหมือนกันก็อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

วิธีฝึกคือฟังเพื่อจับเจตนาของประโยคก่อนพิจารณาคำศัพท์แต่ละคำ

Part 3-4 อ่านคำถามล่วงหน้าไม่ทัน

Part 3 และ Part 4 มีเนื้อหาการฟังยาวกว่าสองพาร์ทแรก ผู้สอบจึงต้องจัดการข้อมูลหลายส่วนพร้อมกัน

ปัญหาที่อาจพบคือใช้เวลาอ่านตัวเลือกนานเกินไปจนพลาดข้อมูลสำคัญจากเสียง หรือพยายามจดทุกคำแทนการจับประเด็นหลัก

ตัวอย่างสถานการณ์ที่แต่งขึ้น:

“The delivery has been delayed because of heavy rain. The new arrival time is 3 p.m.”

หากคำถามถามถึงสาเหตุของความล่าช้า คำตอบควรเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ แต่หากถามถึงเวลาที่สินค้าจะมาถึง ต้องตอบจากข้อมูล 3 p.m.

ผู้สอบจึงควรฝึกแยกข้อมูลสำคัญ เช่น สาเหตุ เวลา สถานที่ และการเปลี่ยนแปลงแผนงาน

ผู้ที่ต้องการฝึกการฟังเชิงลึกสามารถศึกษาบทความ Listening Comprehension เทคนิคฟังให้ได้คะแนน เพื่อพัฒนาการจับใจความและการฟังรายละเอียดตามบริบท

Part 5-6 ไวยากรณ์และคำศัพท์ในบริบทที่ทำงาน

Part 5 และ Part 6 ต้องใช้ความเข้าใจโครงสร้างภาษาอังกฤษร่วมกับการเลือกคำให้เหมาะสม

ตัวอย่างประโยคที่แต่งขึ้น:

“The documents must be submitted ………… Friday.”

คำตอบที่เหมาะสมคือ by หากต้องการสื่อว่าเอกสารต้องส่งไม่เกินวันศุกร์

อีกตัวอย่างหนึ่ง:

“We are pleased to confirm that your order has been ………….”

ในบริบทที่แจ้งว่าคำสั่งซื้อได้รับการดำเนินการแล้ว อาจใช้คำว่า processed ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเอกสาร

การจำคำศัพท์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะต้องรู้ด้วยว่าคำใดใช้ร่วมกับคำอื่นและเหมาะกับสถานการณ์ใด

สำหรับ Part 6 การอ่านประโยคก่อนหน้าและหลังช่องว่างช่วยให้เข้าใจความต่อเนื่องของเนื้อหา ไม่ควรเลือกคำตอบจากไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว

การคุ้นเคยกับรูปแบบอีเมลธุรกิจยังช่วยให้เข้าใจภาษาในเอกสารที่พบใน Part 6 และ Part 7 ได้ดีขึ้น สามารถอ่านบทความ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษแบบมืออาชีพ เพื่อเรียนรู้โครงสร้างและสำนวนที่ใช้ในสถานการณ์ทำงานจริง

Part 7 อ่านหลายเอกสารพร้อมกัน

Part 7 อาจมีเอกสารหลายชิ้นที่เกี่ยวข้องกัน เช่น อีเมลจากลูกค้า ตารางส่งสินค้า และข้อความตอบกลับจากฝ่ายบริการ

ผู้สอบต้องเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อหาคำตอบ ไม่ใช่อ่านเอกสารแต่ละชิ้นแยกกันเสมอไป

ตัวอย่างสถานการณ์ที่แต่งขึ้น:

  • อีเมลฉบับแรกแจ้งว่าการประชุมเริ่มเวลา 10.00 น.
  • ข้อความฉบับที่สองแจ้งว่าเปลี่ยนเวลาเป็น 11.30 น.
  • คำถามถามถึงเวลาประชุมล่าสุด

คำตอบต้องอ้างอิงข้อมูลที่อัปเดตแล้ว ไม่ใช่เลือกเวลาจากเอกสารแรกทันที

การฝึก Part 7 จึงควรเน้นการอ่านคำถามอย่างรอบคอบ ค้นหาหลักฐานในข้อความ และสังเกตข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงระหว่างเอกสาร

คะแนน TOEIC เท่าไรถึงพอ

คำว่า “คะแนนดี” ไม่มีความหมายเดียวสำหรับทุกคน เพราะเป้าหมายการใช้คะแนนแตกต่างกันตามตำแหน่งงานและองค์กร

ผู้สมัครงานควรเริ่มจากเกณฑ์ของผู้รับคะแนน แล้วจึงวิเคราะห์ว่าต้องเพิ่มคะแนนด้านใดเพื่อให้ถึงเป้าหมาย

เริ่มจากเกณฑ์ของผู้รับคะแนน

หากประกาศรับสมัครกำหนด TOEIC 600 คะแนนขึ้นไป ผู้สมัครควรตรวจสอบว่าต้องใช้คะแนนรวมเท่านั้นหรือมีเกณฑ์ Listening และ Reading แยกด้วย

นอกจากนี้ควรตรวจสอบอายุผลสอบและวิธีส่งรายงานคะแนน

หากยังไม่เคยสอบ ควรทำแบบทดสอบวัดระดับหรือข้อสอบจำลองเพื่อประเมินความสามารถปัจจุบันก่อนตั้งแผนเตรียมตัว

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ทำข้อสอบจำลองได้ประมาณ 550 คะแนนและต้องการ 600 คะแนน อาจต้องใช้แผนต่างจากผู้ที่ได้ 300 คะแนน แม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม คะแนนจากข้อสอบจำลองเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันคะแนนสอบจริง

อ่านคะแนนผ่านระดับ CEFR

CEFR หรือ Common European Framework of Reference for Languages เป็นกรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษาตั้งแต่ A1 ถึง C2

ETS เผยแพร่ผลการเทียบคะแนน TOEIC กับระดับ CEFR โดยระบุค่าคะแนนขั้นต่ำแนะนำของ TOEIC Listening and Reading แยกตามทักษะ เช่น

ระดับ CEFR Listening ขั้นต่ำแนะนำ Reading ขั้นต่ำแนะนำ
B1 275 275
B2 400 385
C1 490 455

ตัวเลขนี้เป็น คะแนนขั้นต่ำแนะนำสำหรับการเชื่อมโยงกับระดับ CEFR ตามตารางอ้างอิงของ ETS ไม่ใช่เกณฑ์ผ่านงานที่ทุกองค์กรต้องใช้

ไม่ควรนำคะแนน Listening และ Reading มาบวกกันแล้วสรุปว่าได้ระดับ CEFR ใดโดยอัตโนมัติ เพราะความสามารถของแต่ละทักษะอาจไม่เท่ากัน

ผู้ที่ต้องการเข้าใจข้อจำกัดของการเทียบคะแนนสามารถอ่านบทความ เทียบคะแนนสอบภาษาอังกฤษกับ CEFR เพิ่มเติม

วิธีเตรียมตัวสอบ TOEIC อย่างเป็นขั้นตอน

การติวสอบ TOEIC ที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการรู้ระดับปัจจุบัน เข้าใจรูปแบบข้อสอบ และเลือกกิจกรรมฝึกที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด

การทำข้อสอบจำนวนมากโดยไม่วิเคราะห์ข้อผิดพลาดอาจทำให้ใช้เวลาไปมากแต่ยังไม่เห็นพัฒนาการชัดเจน

วัดระดับและตั้งคะแนนเป้าหมาย

เริ่มจากตรวจสอบคะแนนขั้นต่ำที่บริษัทหรือองค์กรกำหนด แล้วทำข้อสอบจำลองที่ใกล้เคียงรูปแบบจริง

บันทึกคะแนน Listening และ Reading แยกกัน พร้อมสังเกตว่าพาร์ทใดทำผิดบ่อยหรือใช้เวลามากเกินไป

ตัวอย่างเช่น หาก Reading ต่ำกว่า Listening อย่างชัดเจน อาจต้องเพิ่มเวลาฝึกอ่านและไวยากรณ์มากกว่าการฝึกฟัง

ควรกำหนดเป้าหมายที่ตรวจสอบได้ เช่น เพิ่มความแม่นยำใน Part 5 หรือทำ Part 7 ได้ครบภายในเวลาที่กำหนด แทนการตั้งเป้าเพียงว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษขึ้น

ฝึกฟังสำเนียงหลากหลาย

TOEIC Listening ใช้ภาษาอังกฤษในบริบทการสื่อสารระหว่างประเทศ ผู้สอบจึงควรคุ้นเคยกับสำเนียงที่หลากหลาย

การฝึกฟังไม่จำเป็นต้องเริ่มจากข้อสอบเต็มชุดเสมอไป สามารถใช้บทสนทนาสั้น ประกาศ หรือคลิปเกี่ยวกับสถานการณ์ทำงาน แล้วสรุปข้อมูลสำคัญด้วยคำของตัวเอง

ควรฝึกแยกคำที่เสียงใกล้เคียง และสังเกตการเชื่อมเสียงในประโยคธรรมชาติ

หลังฟังเสร็จให้ตรวจสอบว่าพลาดเพราะไม่รู้คำศัพท์ ฟังเสียงไม่ทัน หรือเข้าใจเจตนาของผู้พูดผิด

สร้างคลังคำศัพท์ภาษาที่ทำงาน

ข้อสอบ TOEIC มักใช้คำศัพท์เกี่ยวกับสำนักงาน การประชุม การเดินทาง การซื้อขาย และการติดต่อประสานงาน

ควรเรียนคำศัพท์เป็นกลุ่มตามสถานการณ์ เช่น

สถานการณ์ ตัวอย่างคำศัพท์
การประชุม agenda, minutes, postpone, attendee
การสมัครงาน applicant, vacancy, qualification, interview
การขนส่ง shipment, delivery, warehouse, dispatch
การเงิน invoice, payment, refund, expense
การติดต่อธุรกิจ enquiry, confirmation, arrangement, deadline

การเรียนคำศัพท์ควรใช้ประโยคตัวอย่างร่วมด้วย เพื่อให้รู้วิธีใช้คำจริง ไม่ใช่จำเพียงคำแปลภาษาไทย

ผู้ที่ต้องการเรียน TOEIC อย่างต่อเนื่องอาจใช้บัตรคำศัพท์หรือระบบทบทวนเป็นช่วง เพื่อช่วยให้จำคำที่พบซ้ำในข้อสอบได้ดีขึ้น

ฝึกทำข้อสอบจับเวลาเต็มชุด

เมื่อเข้าใจรูปแบบและฝึกทักษะพื้นฐานแล้ว ควรทดลองทำข้อสอบจำลองเต็มชุดภายในเวลา 2 ชั่วโมง

การทำ Mock Test ช่วยให้เห็นปัญหาที่อาจไม่พบจากการฝึกทีละพาร์ท เช่น สมาธิลดลงในช่วงท้าย หรือใช้เวลากับ Reading ตอนต้นมากเกินไป

หลังทำข้อสอบควรบันทึกข้อผิดพลาดเป็นหมวดหมู่ ได้แก่

  • ไม่รู้คำศัพท์
  • เข้าใจไวยากรณ์ผิด
  • ฟังข้อมูลสำคัญไม่ทัน
  • อ่านโจทย์ไม่ครบ
  • ใช้เวลามากเกินไป
  • เลือกคำตอบโดยไม่มีหลักฐานจากข้อความ

จากนั้นนำข้อมูลมาปรับแผนฝึกในสัปดาห์ถัดไป

หากต้องการฝึกการแบ่งเวลารายพาร์ท สามารถศึกษาบทความ Time Management สอบภาษาอังกฤษ เพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดก่อนวันสอบ บทความ แผนเตรียมสอบตามเวลาที่มี 4, 8 และ 12 สัปดาห์ จะช่วยให้จัดลำดับการทบทวน ฝึกโจทย์ และทำ Mock Test ได้เหมาะกับระยะเวลาที่เหลือ

คะแนน TOEIC กับการใช้ภาษาอังกฤษทำงานจริง

คะแนน TOEIC Listening and Reading สามารถช่วยให้องค์กรประเมินความสามารถในการเข้าใจภาษาอังกฤษจากการฟังและอ่านได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับผู้สมัครงาน คะแนนที่ถึงเกณฑ์อาจช่วยให้ผ่านเงื่อนไขเบื้องต้นของตำแหน่งที่ต้องการ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านการสัมภาษณ์หรือสามารถสื่อสารทุกสถานการณ์ในที่ทำงานได้ทันที

ตัวอย่างเช่น พนักงานอาจอ่านอีเมลภาษาอังกฤษได้ดี แต่ยังไม่มั่นใจเมื่อต้องอธิบายปัญหาในการประชุมออนไลน์

อีกคนอาจฟังบทสนทนาได้คล่อง แต่ยังต้องฝึกการนำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหารหรือการเจรจากับลูกค้า

ทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการฝึกพูดและเขียนเพิ่มเติมจากการเตรียมสอบ Listening and Reading

หากเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการผ่านเกณฑ์คะแนน แต่รวมถึงการใช้ภาษาอังกฤษในสำนักงาน สามารถศึกษารายละเอียดของ หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เพื่อพัฒนาทักษะการประชุม การนำเสนอ และการสื่อสารในสถานการณ์ทำงานจริงควบคู่กัน

คำถามที่พบบ่อย

TOEIC มีอายุกี่ปี

ETS ระบุว่าคะแนน TOEIC Listening and Reading มีอายุสำหรับการรายงานผลสองปีนับจากวันสอบ

อย่างไรก็ตาม บริษัทหรือหน่วยงานผู้รับคะแนนอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องเป็นผลสอบที่ออกภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนวันสมัคร

จึงควรตรวจสอบทั้งนโยบายของผู้จัดสอบและประกาศขององค์กรที่ต้องการยื่นคะแนน

สอบ TOEIC ซ้ำได้ไหม

โดยทั่วไปผู้สมัครสามารถสอบ TOEIC ใหม่ได้ แต่เงื่อนไขเกี่ยวกับการสมัครซ้ำ ระยะห่างระหว่างรอบสอบ และจำนวนครั้งที่สามารถสอบได้ อาจขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้จัดสอบในประเทศและรูปแบบการจัดสอบ

สำหรับประเทศไทย ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการสอบที่ได้รับอนุญาตก่อนจองรอบใหม่ ไม่ควรอ้างอิงกฎจากประเทศอื่นโดยอัตโนมัติ

หากคะแนนครั้งแรกยังไม่ถึงเป้าหมาย ควรใช้รายงานคะแนนและผลการฝึกเพื่อหาจุดที่ต้องพัฒนาก่อนสอบซ้ำ

ไม่มีพื้นฐานควรเตรียมกี่สัปดาห์

ไม่มีจำนวนสัปดาห์ที่เหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับระดับภาษาอังกฤษปัจจุบัน คะแนนเป้าหมาย และเวลาที่สามารถฝึกได้จริง

ผู้ที่มีพื้นฐานใกล้คะแนนเป้าหมายอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ แต่ผู้ที่ยังมีปัญหาด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ และการฟังอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น

ควรเริ่มจากการวัดระดับก่อน แล้วจึงวางแผนฝึกตามทักษะที่ต้องพัฒนา

เรียน TOEIC ออนไลน์ได้ผลไหม

การเรียน TOEIC ออนไลน์สามารถช่วยพัฒนาความสามารถได้ หากหลักสูตรมีเนื้อหาตรงกับข้อสอบ มีการฝึกอย่างต่อเนื่อง และมีวิธีติดตามความก้าวหน้า

ผู้เรียนควรพิจารณาว่าคอร์สเรียน TOEIC มีการประเมินระดับก่อนเรียนหรือไม่ มีแบบฝึกครบทั้ง Listening และ Reading หรือไม่ และมีการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดหลังทำข้อสอบหรือไม่

สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด การเรียนออนไลน์อาจช่วยลดเวลาเดินทาง แต่ยังต้องจัดเวลาเรียนและฝึกทำข้อสอบด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

เตรียม TOEIC ให้ถึงคะแนนที่งานต้องการ

การเตรียมข้อสอบ TOEIC ให้ตรงเป้าหมายควรเริ่มจากสามเรื่องสำคัญ ได้แก่ ตรวจสอบคะแนนที่องค์กรต้องการ วัดระดับภาษาอังกฤษปัจจุบัน และวางแผนฝึกตามจุดอ่อนของตัวเอง

เมื่อเข้าใจโครงสร้างทั้ง 7 พาร์ทแล้ว ผู้สอบจะสามารถเลือกฝึก Listening, Reading, ไวยากรณ์ และคำศัพท์ได้ตรงกับปัญหาที่พบ แทนการทำข้อสอบจำนวนมากโดยไม่มีแผน

หากยังไม่แน่ใจว่าควรใช้ TOEIC หรือข้อสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่นในการสมัครงานหรือเรียนต่อ สามารถอ่านบทความ เลือกข้อสอบภาษาอังกฤษให้ตรงเป้าหมาย เพื่อเปรียบเทียบวัตถุประสงค์ของ IELTS, TOEIC, TOEFL และข้อสอบอื่นก่อนตัดสินใจ

ต้องการเตรียม TOEIC ให้ตรงกับคะแนนเป้าหมายและเวลาที่มี?

สามารถสอบถามรายละเอียดการเรียน TOEIC แบบตัวต่อตัวหรือออนไลน์กับครูเจ้าของภาษา รวมถึงการประเมินระดับและการฝึก Mock Test ก่อนสอบจริงได้ที่ หลักสูตรเตรียมสอบภาษาอังกฤษของ inlingua

ศึกษาข้อมูลหลักสูตร รูปแบบการเรียน และติดต่อสอบถามได้จากหน้าหลักสูตรเตรียมสอบดังกล่าว

การเตรียมสอบอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เห็นว่าควรพัฒนาทักษะใดก่อน และใช้เวลาเรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการสมัครงานหรือความก้าวหน้าในอาชีพ

แชร์ไปยัง:

รูปภาพของ inlingua Team

inlingua Team

inlingua Team คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและการสอนภาษาจาก inlingua ซึ่งเป็นองค์กรการศึกษาภาษาระดับโลกที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปีในการพัฒนาวิธีการเรียนรู้ภาษาที่มีประสิทธิภาพ
ส่งฟอร์มติดต่อ ติดต่อผ่านไลน์ โทรสอบถาม

ลงทะเบียนทดสอบวัดระดับความรู้

จองตารางสอยทดสอบวัดระดับความรู้