เทคนิคจด Lecture เป็นภาษาอังกฤษ (Note-taking Skills) สำหรับนักศึกษาใหม่

นักศึกษาไทยวัยปีหนึ่งกำลังฟังเลกเชอร์และจดโน้ตอย่างเป็นระบบในห้องเรียนมหาวิทยาลัย มองผู้สอนสลับกับสมุด
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน แสดง

ทำไมการจดโน้ตภาษาอังกฤษคือด่านหินของนักศึกษาใหม่

เมื่อก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนพบว่าการเรียนในห้อง Lecture แตกต่างจากการเรียนในระดับมัธยมอย่างมาก โดยเฉพาะวิชาที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งต้องฟัง คิด วิเคราะห์ และจดบันทึกไปพร้อมกันในเวลาจริง ทักษะ Note-taking Skills จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเข้าใจบทเรียนและผลการเรียนในระยะยาว

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือพยายามจดทุกคำที่อาจารย์พูด จนไม่มีเวลาคิดตามเนื้อหา หรือในทางกลับกัน จดเพียงไม่กี่บรรทัดจนเมื่อกลับมาอ่านก็จำไม่ได้ว่าห้องเรียนนั้นพูดถึงอะไร การพัฒนาทักษะ Lecture Notes อย่างเป็นระบบจึงช่วยให้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเครียดก่อนสอบได้อย่างมาก

เป้าหมายที่แท้จริงของการจดโน้ต

หลายคนเข้าใจผิดว่าการจดโน้ตที่ดีคือการจดให้ได้มากที่สุด แต่ความจริงแล้ว เป้าหมายของ Note-taking Skills คือการสรุปใจความสำคัญให้สามารถกลับมาอ่านและเข้าใจได้ในภายหลัง

การจดโน้ตไม่ใช่การ “ถอดเทป” สิ่งที่อาจารย์พูดทั้งหมด แต่เป็นการเลือกข้อมูลที่สำคัญที่สุด เช่น แนวคิดหลัก คำจำกัดความ ตัวอย่างสำคัญ และความเชื่อมโยงระหว่างหัวข้อต่างๆ

โน้ตที่มีคุณภาพควรตอบคำถามได้ว่า

  • วันนี้เรียนเรื่องอะไร
  • ประเด็นสำคัญมีอะไรบ้าง
  • แนวคิดแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันอย่างไร
  • หากกลับมาอ่านอีกหนึ่งสัปดาห์ ยังสามารถเข้าใจบทเรียนได้หรือไม่

หากโน้ตสามารถช่วยให้ทบทวนบทเรียนได้โดยไม่ต้องเปิดสไลด์ทุกครั้ง แสดงว่าการจดโน้ตนั้นประสบความสำเร็จแล้ว

ระบบ Cornell Notes จดอย่างมืออาชีพ

แบ่งหน้ากระดาษเป็น 3 ส่วน (Cue, Notes, Summary)

Cornell Notes เป็นระบบจดโน้ตที่ได้รับความนิยมในมหาวิทยาลัยทั่วโลก เพราะช่วยจัดระเบียบข้อมูลและเอื้อต่อการทบทวนในภายหลัง

หน้ากระดาษจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  • Notes คอลัมน์หลักสำหรับจดเนื้อหาระหว่างเรียน
  • Cue คอลัมน์ด้านซ้ายสำหรับเขียนคำสำคัญ คำถาม หรือหัวข้อย่อย
  • Summary พื้นที่ด้านล่างสำหรับสรุปบทเรียนทั้งหมดภายใน 2-3 ประโยค

การแบ่งพื้นที่เช่นนี้ทำให้สามารถค้นหาประเด็นสำคัญได้รวดเร็ว และช่วยเปลี่ยนโน้ตให้เป็นเครื่องมือทบทวนก่อนสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนใช้งานระหว่างและหลังเลกเชอร์

ระหว่างเรียน ควรจดเฉพาะข้อมูลสำคัญลงในคอลัมน์ Notes โดยไม่ต้องกังวลกับความสวยงามหรือการจัดรูปแบบมากนัก เพราะเป้าหมายคือการตามเนื้อหาให้ทัน

หลังเลิกเรียนควรหาเวลาทบทวนโดยเร็ว เช่น ภายในวันถัดไป แล้วเติมคอลัมน์ Cue ด้วยคำสำคัญหรือคำถามที่ช่วยกระตุ้นความจำ เช่น “What is photosynthesis?” หรือ “3 causes of inflation”

จากนั้น เขียน Summary สรุปบทเรียนทั้งหมดด้วยภาษาของตนเอง วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนการอ่านโน้ตแบบผ่าน ๆ ให้กลายเป็นการทบทวนเชิงรุก (Active Recall)

Cornell ช่วยจัดกระบวนการทบทวนอย่างไร

ระบบ Cornell Notes แบ่งพื้นที่สำหรับบันทึก Cue และ Summary จึงช่วยเตือนให้ผู้เรียนกลับมาถาม ทบทวน และสรุปด้วยภาษาของตนเอง ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับวิธีใช้ เนื้อหาวิชา และความสม่ำเสมอ ไม่ควรถือว่าเหนือกว่าวิธีอื่นสำหรับทุกคน

เทคนิคฟังจับใจความภาษาอังกฤษ (Active Listening)

จับ Signpost Language ของผู้บรรยาย

ผู้บรรยายส่วนใหญ่มักใช้คำหรือวลีเพื่อบอกว่าเนื้อหาส่วนใดสำคัญ การสังเกต Signpost Language จะช่วยให้รู้ว่าควรจดตรงไหนเป็นพิเศษ

ตัวอย่างวลีที่พบได้บ่อย เช่น

  • Firstly…
  • The key point is…
  • In other words…
  • For example…
  • To summarise…
  • Finally…

เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ ควรเตรียมจดประเด็นสำคัญ เพราะมักเป็นข้อมูลที่อาจารย์ต้องการเน้นหรือมักออกข้อสอบ

แยกใจความหลักจากตัวอย่างและรายละเอียดเสริม

ผู้บรรยายมักอธิบายแนวคิดหลักก่อน แล้วจึงยกตัวอย่างหรือเล่าเหตุการณ์ประกอบ หากพยายามจดทุกคำ จะเสียเวลาจนพลาดใจความสำคัญ

เทคนิคที่ดีคือจด Main Idea ก่อน แล้วค่อยบันทึกตัวอย่างเฉพาะที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น วิธีนี้ทำให้ Lecture Notes กระชับ อ่านง่าย และเหมาะกับการทบทวนมากกว่าการจดทุกประโยค

ระบบตัวย่อและสัญลักษณ์เพื่อจดให้ทัน

การใช้ตัวย่อช่วยเพิ่มความเร็วในการจดโน้ตได้อย่างมาก โดยไม่ทำให้เสียความหมายของเนื้อหา

ตัวอย่างตัวย่อที่นิยมใช้ ได้แก่

  • w/ = with
  • w/o = without
  • e.g. = for example
  • i.e. = that is
  • = therefore
  • = increase
  • = decrease
  • = leads to

นอกจากนี้ สามารถสร้างตัวย่อเฉพาะของตนเองสำหรับคำที่ใช้บ่อยในแต่ละวิชา เช่น

  • Gov = Government
  • Env = Environment
  • Bio = Biology

อีกเทคนิคหนึ่งคือใช้ลูกศร ตาราง หรือ Mind Map แทนการเขียนประโยคยาว ๆ ซึ่งช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

การทบทวนโน้ตให้กลายเป็นความเข้าใจ

การจดโน้ตเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้จำเนื้อหาได้ หากไม่กลับมาทบทวน ข้อมูลส่วนใหญ่จะค่อย ๆ เลือนหายภายในไม่กี่วัน

วิธีที่มีประสิทธิภาพคือทบทวนโน้ตภายใน 24 ชั่วโมงหลังเรียน โดยใช้คำถามในคอลัมน์ Cue เพื่อทดสอบว่าจำคำตอบได้หรือไม่ ก่อนเปิดดูคำตอบในคอลัมน์ Notes

นอกจากนี้ ควรเชื่อมโยงโน้ตเข้ากับ Academic Vocabulary ที่พบในบทเรียน เช่น จดคำศัพท์ใหม่ ความหมาย ตัวอย่างประโยค และคำที่ใช้ร่วมกันบ่อย วิธีนี้ช่วยพัฒนาทั้งความเข้าใจเนื้อหาและคลังคำศัพท์ไปพร้อมกัน

หากต้องการเพิ่มพื้นฐานคำศัพท์สำหรับการเรียนมหาวิทยาลัย แนะนำให้อ่านบทความ 500 คำศัพท์ Academic English ที่ควรรู้ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

4 ข้อผิดพลาดในการจดโน้ตที่ทำให้ทบทวนยาก

พยายามจดทุกคำที่อาจารย์พูด

การจดทุกประโยคทำให้เสียเวลามากเกินไป และไม่มีเวลาคิดตามเนื้อหา ควรเลือกจดเฉพาะแนวคิดหลัก คำจำกัดความ และข้อมูลที่อาจารย์เน้นเป็นพิเศษ

ไม่จดแหล่งอ้างอิงหรือหมายเลขสไลด์

หากต้องการกลับไปอ่านเพิ่มเติม การไม่มีหมายเลขสไลด์ ชื่อหนังสือ หรือแหล่งข้อมูล จะทำให้เสียเวลาค้นหาและอาจสับสนกับบทเรียนอื่น

ใช้สีและไฮไลต์มากจนรก

การใช้ปากกาหลายสีอาจช่วยเน้นข้อมูลได้ แต่หากใช้มากเกินไป โน้ตจะดูรกและทำให้หาประเด็นสำคัญได้ยาก ควรเลือกใช้สีเพียง 2-3 สีเพื่อแบ่งประเภทข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

ไม่เคยกลับมาทบทวนโน้ตเลย

โน้ตที่ดีจะไม่มีประโยชน์หากไม่ถูกนำกลับมาใช้งาน การทบทวนเป็นประจำและปรับปรุงโน้ตหลังเรียน จะช่วยให้เข้าใจบทเรียนลึกขึ้นและลดเวลาอ่านหนังสือก่อนสอบได้มาก

คำถามที่พบบ่อย

จดโน้ตด้วยมือหรือพิมพ์ในคอมดีกว่ากัน

ทั้งสองวิธีมีข้อดีต่างกัน การพิมพ์เหมาะกับวิชาที่ข้อมูลเยอะและอาจารย์พูดเร็ว ส่วนการเขียนด้วยมือช่วยให้ประมวลผลข้อมูลมากกว่าและมักจำเนื้อหาได้ดีกว่า เลือกวิธีที่เหมาะกับลักษณะวิชาและสไตล์การเรียนของตนเอง

ฟังอาจารย์พูดเร็วจนจดไม่ทันควรทำอย่างไร

ฝึกฟังภาษาอังกฤษจาก Lecture หรือ Podcast เป็นประจำ เรียนรู้การใช้ตัวย่อ และจดเฉพาะคำสำคัญแทนการเขียนทุกประโยค หากมหาวิทยาลัยอนุญาต อาจอัดเสียงไว้เพื่อกลับมาทบทวนภายหลัง

ควรจดเป็นภาษาอังกฤษหรือไทยดี

หากคำศัพท์ยังไม่แข็งแรง สามารถใช้ภาษาไทยช่วยอธิบายแนวคิดได้ในช่วงแรก แต่ควรพยายามจดคำศัพท์และประเด็นหลักเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับภาษาที่จะใช้จริงในมหาวิทยาลัย

ใช้แอปหรือ AI ถอดเสียงเลกเชอร์ได้ไหม

สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยทบทวนได้ แต่ไม่ควรพึ่งพาเพียงอย่างเดียว เพราะการฟัง วิเคราะห์ และสรุปด้วยตนเอง เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยพัฒนาความเข้าใจและความจำในระยะยาว

เตรียมพร้อมฟังเลกเชอร์อย่างมั่นใจ

การพัฒนา Note-taking Skills ไม่ได้ช่วยเพียงให้จดโน้ตได้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้เข้าใจบทเรียนอย่างเป็นระบบ ทบทวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับการเรียนในมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

หลังจากฝึกเทคนิคการจดโน้ตแล้ว แนะนำให้อ่านบทความ 500 คำศัพท์ Academic English ที่ควรรู้ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อเสริมคลังคำศัพท์ที่พบใน Lecture และตำราเรียน ซึ่งจะช่วยให้การฟัง การอ่าน และการจดโน้ตเป็นเรื่องง่ายขึ้น

หากต้องการเตรียมตัวอย่างครบทุกด้านก่อนเข้ามหาวิทยาลัย University Entrance Prep จะช่วยพัฒนาทั้ง Academic English, Lecture Notes และ Note-taking Skills เพื่อให้พร้อมเรียนในห้อง Lecture อย่างมั่นใจตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอม

อ่านต่อเพื่อเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

แชร์ไปยัง:

รูปภาพของ inlingua Team

inlingua Team

inlingua Team คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและการสอนภาษาจาก inlingua ซึ่งเป็นองค์กรการศึกษาภาษาระดับโลกที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปีในการพัฒนาวิธีการเรียนรู้ภาษาที่มีประสิทธิภาพ
ส่งฟอร์มติดต่อ ติดต่อผ่านไลน์ โทรสอบถาม

ลงทะเบียนทดสอบวัดระดับความรู้

จองตารางสอยทดสอบวัดระดับความรู้