TOEFL ITP กับ TOEFL iBT ต่างกันอย่างไร เลือกสอบแบบไหนให้ตรงกับการใช้งาน

ผู้หญิงสวมเฮดเซ็ตทำข้อสอบบนแล็ปท็อปพร้อมกระดาษคำตอบข้างตัวในห้องทำงานที่บ้านตอนค่ำ

“TOEFL ก็คือ TOEFL เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”

ความเข้าใจนี้อาจทำให้หลายคนสมัครสอบผิดประเภทโดยไม่รู้ตัว เช่น มหาวิทยาลัยต่างประเทศกำหนดให้ยื่น TOEFL iBT แต่ผู้สมัครกลับไปสอบ TOEFL ITP เพราะเห็นว่าชื่อเหมือนกัน หรือมหาวิทยาลัยในไทยกำหนดคะแนน TOEFL ITP สำหรับจบการศึกษา แต่ผู้เรียนกลับเตรียมสอบ iBT โดยไม่จำเป็น

TOEFL ITP กับ TOEFL iBT เป็นข้อสอบคนละประเภท แม้จะพัฒนาโดย ETS เหมือนกัน โดย TOEFL ITP ใช้ประเมินภาษาอังกฤษในสถาบันและองค์กรเป็นหลัก ข้อสอบมาตรฐาน Level 1 วัดการฟัง โครงสร้างภาษา และการอ่าน ส่วน TOEFL iBT ใช้ยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยเป็นหลัก และประเมินครบทั้งการอ่าน ฟัง เขียน และพูด

นอกจากนี้ TOEFL iBT ยังมีการปรับรูปแบบข้อสอบและเปลี่ยนสเกลคะแนนครั้งสำคัญตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 ทำให้ข้อมูลจากหนังสือหรือคลิปติวรุ่นก่อนหน้าอาจไม่ตรงกับข้อสอบปัจจุบัน

บทความนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างทีละด้าน ทั้งรูปแบบข้อสอบ คะแนน อายุผลสอบ และการนำคะแนนไปใช้ พร้อมช่วยตอบคำถามว่า ควรเลือกสอบ TOEFL แบบไหน ให้ตรงกับข้อกำหนดของผู้รับคะแนน โดยไม่ต้องเสียเวลาหรือค่าใช้จ่ายจากการสอบผิดประเภท

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน แสดง

ภาพรวม TOEFL ITP กับ TOEFL iBT ในตารางเดียว

หากต้องการเห็นภาพว่า TOEFL ต่างกันอย่างไร ตารางนี้สรุปข้อมูลสำคัญของ TOEFL ITP Level 1 และ TOEFL iBT รูปแบบที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026

หัวข้อเปรียบเทียบ TOEFL ITP Level 1 TOEFL iBT
วัตถุประสงค์หลัก ประเมินความสามารถภาษาอังกฤษในสถาบันและองค์กร ประเมินความสามารถภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนและการสื่อสาร โดยใช้ยื่นเรียนต่อเป็นหลัก
ทักษะที่วัด Listening, Structure and Written Expression, Reading Reading, Listening, Writing, Speaking
รูปแบบข้อสอบ ข้อสอบปรนัยสามพาร์ท งานตอบคำถามหลายรูปแบบ รวมถึงการเขียนและพูดผ่านคอมพิวเตอร์
เวลาสอบ 115 นาที ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเวลาและจำนวนข้ออาจแตกต่างตามการจัดสอบ
สเกลคะแนน 310-677 สเกล 1-6 เพิ่มทีละ 0.5 พร้อมคะแนนรวมเทียบ 0-120 ในช่วงเปลี่ยนผ่านสองปี
อายุผลสอบ 2 ปี 2 ปี
ผู้รับคะแนนหลัก มหาวิทยาลัย โครงการ และองค์กรที่ระบุรับ TOEFL ITP มหาวิทยาลัยและสถาบันที่ระบุรับ TOEFL iBT

ข้อควรจำ: การที่ข้อสอบทั้งสองมีชื่อ TOEFL ไม่ได้หมายความว่าคะแนนสามารถใช้แทนกันได้ ผู้รับคะแนนต้องระบุอย่างชัดเจนว่ายอมรับประเภทใด

โครงสร้าง TOEFL ITP Level 1

ตามข้อมูลเนื้อหาข้อสอบ TOEFL ITP ของ ETS ข้อสอบ TOEFL ITP Level 1 มีทั้งหมด 140 ข้อ แบ่งเป็นสามส่วน ได้แก่

  • Listening Comprehension: 50 ข้อ ใช้เวลา 35 นาที
  • Structure and Written Expression: 40 ข้อ ใช้เวลา 25 นาที
  • Reading Comprehension: 50 ข้อ ใช้เวลา 55 นาที

รวมเวลาทำข้อสอบ 115 นาที ไม่รวมขั้นตอนการลงทะเบียนและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่

ข้อสอบทั้งสามส่วนเป็นแบบเลือกตอบ ไม่มีการสอบสัมภาษณ์พูดหรือเขียนเรียงความรวมอยู่ในข้อสอบหลัก

ETS ยังมี TOEFL ITP Level 2 สำหรับผู้สอบที่มีระดับความสามารถต่ำกว่า โดยใช้โครงสร้างและสเกลคะแนนแตกต่างจาก Level 1 จึงต้องตรวจสอบด้วยว่าผู้รับคะแนนต้องการ Level ใด

โครงสร้าง TOEFL iBT ปัจจุบัน

TOEFL iBT วัดครบสี่ทักษะ ได้แก่ Reading, Listening, Writing และ Speaking โดยจัดสอบผ่านคอมพิวเตอร์

ข้อสอบเวอร์ชันปี 2026 ใช้รูปแบบงานที่ปรับใหม่ และมีการปรับระดับความยากตามความสามารถของผู้สอบในบางส่วน ทำให้จำนวนข้อและเวลาที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันได้

นอกจากความแตกต่างด้านทักษะแล้ว จุดสำคัญคือ TOEFL iBT ใช้สเกลคะแนนใหม่ 1-6 ซึ่งไม่ควรสับสนกับคะแนนเต็ม 120 ที่คุ้นเคยจากข้อสอบรุ่นก่อน

TOEFL iBT ฉบับปัจจุบันเปลี่ยนอะไรไปบ้าง

สำหรับผู้ที่เคยเตรียมสอบ TOEFL iBT มาก่อนปี 2026 หรือยังใช้หนังสือรุ่นเก่า ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก ETS ก่อนเริ่มฝึกข้อสอบ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมทั้งระบบคะแนนและประเภทงานที่ผู้สอบต้องทำ ไม่ใช่เพียงการปรับหน้าตาของข้อสอบ

สเกลคะแนนใหม่ 1-6 ตั้งแต่ 21 มกราคม 2026

ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 TOEFL iBT เปลี่ยนมาใช้ระบบคะแนนแบบ 1-6 โดยเพิ่มทีละ 0.5 คะแนน สำหรับการรายงานผลแต่ละทักษะและคะแนนรวม ตามคำอธิบายคะแนน TOEFL iBT ของ ETS

ระบบใหม่นี้เชื่อมโยงกับกรอบระดับความสามารถทางภาษา CEFR เพื่อช่วยให้ผู้ใช้คะแนนเข้าใจระดับความสามารถได้สะดวกขึ้น

ดังนั้น หากพบมหาวิทยาลัยระบุคะแนน TOEFL iBT เป็นตัวเลข เช่น 80 หรือ 100 คะแนน ควรตรวจสอบว่าเป็นเกณฑ์ตามระบบคะแนนเดิมหรือไม่ และมหาวิทยาลัยได้ประกาศวิธีรับคะแนนระบบใหม่อย่างไร ไม่ควรแปลงคะแนนด้วยสูตรที่พบจากแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการแล้วนำไปใช้สมัครเรียนเอง

คะแนนรวมคือค่าเฉลี่ย 4 พาร์ท ปัดเป็นครึ่งแบนด์

คะแนนรวม TOEFL iBT ระบบใหม่คำนวณจากค่าเฉลี่ยของคะแนนทั้งสี่ทักษะ ได้แก่ Reading, Listening, Writing และ Speaking แล้วปัดตามเกณฑ์ไปยังระดับครึ่งแบนด์ที่ใกล้ที่สุด

ตัวอย่างสมมติ หากผู้สอบได้คะแนนดังนี้

ทักษะ คะแนน
Reading 5.0
Listening 4.5
Writing 4.0
Speaking 4.5
คะแนนเฉลี่ย 4.5

คะแนนรวมในตัวอย่างจึงเป็น 4.5

อย่างไรก็ตาม ผู้รับคะแนนบางแห่งอาจกำหนดขั้นต่ำรายทักษะเพิ่มเติม เช่น ต้องได้ Writing หรือ Speaking ไม่ต่ำกว่าระดับที่กำหนด การมีคะแนนรวมผ่านเกณฑ์จึงไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านทุกเงื่อนไข

ช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 ปีที่ยังได้คะแนนเทียบ 0-120

ETS กำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านสองปีหลังเริ่มใช้ระบบคะแนนใหม่ โดยรายงานผล TOEFL iBT จะมีคะแนนรวมเทียบตามสเกลเดิม 0-120 เพิ่มเติม

มาตรการนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยและผู้รับคะแนนมีเวลาปรับเกณฑ์การรับสมัครจากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่

ผู้สอบควรตรวจสอบรายงานผลของตนเองและข้อกำหนดล่าสุดของผู้รับคะแนน เพราะบางแห่งอาจประกาศเกณฑ์ใหม่แล้ว ขณะที่บางแห่งอาจยังอ้างอิงคะแนนเทียบระบบเดิม

ที่สำคัญคือคะแนนเทียบ 0-120 นี้เป็นข้อมูลของ TOEFL iBT ไม่ใช่การนำคะแนน TOEFL ITP มาแปลงเป็นคะแนน iBT

รูปแบบงานในแต่ละพาร์ท

TOEFL iBT 2026 ใช้ชื่องานและลักษณะคำถามใหม่ตามที่ ETS กำหนด ดังนี้

พาร์ท ประเภทงานในข้อสอบปัจจุบัน
Reading Complete the Words, Read in Daily Life, Read an Academic Passage
Listening Listen and Choose a Response, Listen to a Conversation, Listen to an Announcement, Listen to an Academic Talk
Writing Build a Sentence, Write an Email, Write for an Academic Discussion
Speaking Listen and Repeat, Take an Interview

Reading ไม่ได้มีเพียงการอ่านบทความวิชาการยาว ๆ แต่ยังมีงานเติมคำและอ่านข้อความที่พบได้ในชีวิตประจำวัน

Listening ครอบคลุมการฟังแล้วเลือกคำตอบ บทสนทนา ประกาศ และเนื้อหาการบรรยายเชิงวิชาการ

Writing มีทั้งการสร้างประโยค การเขียนอีเมล และการแสดงความคิดเห็นในการอภิปรายเชิงวิชาการ

Speaking มีงานฟังแล้วพูดตาม และการตอบคำถามในลักษณะการสัมภาษณ์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หนังสือหรือคลิปติวที่อธิบาย TOEFL iBT ก่อนปี 2026 อาจไม่ครอบคลุมประเภทงานที่ใช้สอบจริงในปัจจุบัน

โดยเฉพาะเนื้อหาเก่าที่อ้างถึง Speaking เต็ม 30 คะแนน หรืออธิบายงานพูดและเขียนตามรูปแบบเดิม ควรตรวจสอบกับข้อสอบตัวอย่างล่าสุดของ ETS ก่อนนำมาใช้ฝึก

ผู้ที่ต้องการพัฒนาการเขียนสามารถศึกษาบทความ Writing Task เก็บคะแนนสูง เพื่อเรียนรู้หลักการจัดโครงสร้างความคิดและตอบโจทย์ให้ชัดเจน แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบบฝึกที่ใช้สอดคล้องกับ Writing ของ TOEFL iBT เวอร์ชันปัจจุบัน

ทักษะที่วัดต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง TOEFL ITP กับ TOEFL iBT ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขคะแนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่ข้อสอบต้องการให้ผู้เข้าสอบแสดงความสามารถออกมา

ITP ไม่มีพาร์ทพูดและเขียน

TOEFL ITP Level 1 แบบมาตรฐานประเมินความสามารถในการรับและทำความเข้าใจภาษาอังกฤษ รวมถึงความรู้ด้านโครงสร้างประโยค แม้จะมีพาร์ทชื่อ Structure and Written Expression แต่ไม่ได้ให้ผู้สอบเขียนเรียงความหรืออีเมลด้วยตัวเอง

ผู้ที่เข้าใจไวยากรณ์ อ่านบทความได้ดี และฟังภาษาอังกฤษได้คล่องจึงอาจมีความพร้อมกับลักษณะข้อสอบนี้มากกว่าผู้ที่ยังมีปัญหาในการทำความเข้าใจข้อความ

อย่างไรก็ตาม คะแนน ITP ไม่ได้แสดงความสามารถในการพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วน ETS มี TOEFL ITP Speaking Test แยกต่างหากในบางรูปแบบการจัดสอบ แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อสอบ Level 1 สามพาร์ทมาตรฐานที่กล่าวถึงในบทความนี้

iBT วัดการใช้ภาษาครบ 4 ทักษะ

TOEFL iBT ต้องการให้ผู้สอบแสดงความสามารถทั้งการรับข้อมูลและการสร้างคำตอบภาษาอังกฤษ

ผู้สอบต้องอ่านและฟังเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหา พร้อมใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนและพูดตามประเภทงานที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เข้าใจบทความวิชาการได้ดีอาจยังต้องฝึกเขียนอีเมลให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือฝึกตอบคำถามพูดภายในเวลาที่ระบบกำหนด

คะแนน TOEFL iBT จึงสะท้อนความสามารถในสี่ทักษะที่ข้อสอบประเมิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะวัดความสามารถภาษาอังกฤษทุกสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์

ความหมายต่อการเตรียมตัว

หากเคยทำ TOEFL ITP ได้คะแนนดี แล้วต้องเปลี่ยนไปสอบ TOEFL iBT ไม่ควรคิดว่าคะแนนเดิมเพียงพอที่จะคาดการณ์ผลสอบใหม่ได้ทันที

ผู้สอบอาจมีพื้นฐานการฟังและอ่านที่ช่วยต่อยอดได้ แต่ยังต้องฝึกงานเขียนและพูดเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเภทคำถามใหม่ในปี 2026

ในทางกลับกัน ผู้ที่เคยสอบ iBT มาก่อนอาจต้องปรับวิธีเตรียมตัวเมื่อสอบ ITP เพราะข้อสอบ ITP มีพาร์ท Structure and Written Expression ที่เน้นความแม่นยำด้านไวยากรณ์โดยตรง

แนวทางที่เหมาะสมคือทำแบบทดสอบวินิจฉัยให้ตรงกับข้อสอบเป้าหมาย แล้วจัดเวลาเตรียมตัวตามทักษะที่ยังไม่ถึงเกณฑ์

ใครควรสอบ TOEFL ITP และใครควรสอบ TOEFL iBT

การเลือกสอบไม่ควรเริ่มจากการถามว่าข้อสอบไหนง่ายกว่า แต่ควรเริ่มจากหน่วยงานที่ต้องการรับคะแนน

กรณีที่ควรสอบ ITP

TOEFL ITP อาจเหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายดังต่อไปนี้

  • นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ใช้คะแนน TOEFL ITP เพื่อสำเร็จการศึกษา
  • ผู้สมัครทุนหรือโครงการแลกเปลี่ยนที่ระบุรับ TOEFL ITP
  • ผู้ที่ต้องการวัดระดับภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ของสถาบัน
  • องค์กรที่ต้องการประเมินความสามารถภาษาอังกฤษของพนักงาน

ก่อนสมัครควรตรวจสอบด้วยว่าต้องเป็น Level 1 หรือ Level 2 และต้องได้คะแนนขั้นต่ำเท่าไร

สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบรายละเอียดของข้อสอบหรือขั้นตอนสมัคร สามารถอ่านบทความ TOEFL ITP คืออะไร ใช้ยื่นอะไรได้ และสมัครสอบอย่างไร เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

ผู้ที่ต้องการสมัครสอบในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี หรือรังสิต สามารถศึกษารายละเอียดสถานที่และช่องทางติดต่อได้จากหน้า ศูนย์สอบ TOEFL ITP ของ inlingua ซึ่งเป็นศูนย์สอบอย่างเป็นทางการที่สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยควรสอบถามรอบสอบล่าสุดกับศูนย์สอบก่อนสมัคร

กรณีที่ควรสอบ iBT

TOEFL iBT มักเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้คะแนนภาษาอังกฤษเพื่อสมัครมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรที่กำหนดให้ใช้ข้อสอบประเภทนี้

ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในต่างประเทศที่ต้องแสดงหลักฐานความสามารถภาษาอังกฤษครบสี่ทักษะ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยจะรับ TOEFL iBT และไม่ได้หมายความว่าทุกหลักสูตรใช้คะแนนขั้นต่ำเท่ากัน

ผู้สมัครควรตรวจสอบเกณฑ์คะแนนรวม คะแนนรายทักษะ และข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบการสอบจากมหาวิทยาลัยโดยตรง

ผู้ที่วางแผนเรียนระดับบัณฑิตศึกษาสามารถศึกษาบทความ เตรียมตัวเรียนต่อปริญญาโทและเอก เพื่อวางแผนเรื่องภาษาอังกฤษ เอกสารสมัคร และระยะเวลาก่อนเปิดรับสมัคร

กรณีที่ควรถามผู้รับคะแนนก่อนตัดสินใจ

หากประกาศเขียนเพียงว่า “TOEFL” โดยไม่ได้ระบุ ITP หรือ iBT ไม่ควรเลือกข้อสอบจากการคาดเดา

ควรสอบถามผู้รับคะแนนโดยตรงในกรณีต่อไปนี้

  1. ประกาศระบุ TOEFL แต่ไม่บอกประเภท
  2. มีคะแนน TOEFL ITP อยู่แล้ว แต่ผู้รับระบุเพียงคะแนน TOEFL ขั้นต่ำ
  3. ผู้รับยังแสดงเกณฑ์ TOEFL iBT เป็นสเกล 0-120
  4. ต้องใช้คะแนนจากการสอบที่บ้านหรือรูปแบบออนไลน์
  5. ต้องการนำผลสอบไปใช้กับหลายมหาวิทยาลัยหรือหลายองค์กร

ข้อความตัวอย่างสำหรับสอบถามผู้รับคะแนน:

“ต้องการสอบถามข้อกำหนดคะแนนภาษาอังกฤษสำหรับการสมัครหลักสูตรนี้ว่า ยอมรับ TOEFL ITP Level 1 หรือกำหนดให้ใช้ TOEFL iBT เท่านั้น และสำหรับ TOEFL iBT ตั้งแต่ปี 2026 มีเกณฑ์คะแนนใหม่สเกล 1-6 อย่างไร”

การได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่รับคะแนนโดยตรงจะช่วยลดความเสี่ยงจากการสมัครสอบผิดประเภท

เทียบคะแนน ITP กับ iBT ได้ไหม

ผู้ที่มีคะแนน TOEFL ITP อยู่แล้วอาจต้องการทราบว่าสามารถเทียบเป็นคะแนน TOEFL iBT ได้เท่าไร โดยเฉพาะเมื่อพบเกณฑ์คะแนนจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเทียบคะแนนระหว่างสองข้อสอบมีข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจก่อนนำไปใช้

ทำไมไม่ควรแปลงคะแนนตรงกัน

TOEFL ITP และ TOEFL iBT วัดทักษะไม่เหมือนกัน และมีวัตถุประสงค์การใช้คะแนนแตกต่างกัน

TOEFL ITP Level 1 ประเมินการฟัง โครงสร้างภาษา และการอ่าน ขณะที่ TOEFL iBT ประเมินการอ่าน ฟัง เขียน และพูด

การนำคะแนน ITP มาแปลงเป็นคะแนน iBT ด้วยสูตรทั่วไปจึงไม่สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าผู้สอบจะทำคะแนนพูดและเขียนได้เท่าไร

นอกจากนี้ TOEFL iBT ยังเปลี่ยนสเกลคะแนนในปี 2026 ทำให้ตารางเปรียบเทียบที่อ้างอิงคะแนนเดิมอาจไม่เหมาะกับการใช้งานปัจจุบัน

ไม่ควรสร้างหรือใช้ตารางแปลงคะแนน TOEFL ITP เป็น TOEFL iBT โดยไม่มีหลักฐานการเทียบคะแนนที่เหมาะสม และไม่ควรใช้คะแนนที่แปลงเองแทนผลสอบที่ผู้รับกำหนด

ใช้ระดับ CEFR เป็นตัวกลาง

CEFR หรือ Common European Framework of Reference for Languages เป็นกรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษาตั้งแต่ A1 ถึง C2

ETS มีข้อมูลเชื่อมโยงคะแนน TOEFL ITP กับระดับ CEFR และใช้กรอบ CEFR ในการอธิบายระบบคะแนน TOEFL iBT ใหม่

จึงสามารถใช้ CEFR เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของระดับภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ควรถือว่าผู้สอบที่อยู่ระดับ CEFR เดียวกันจะได้คะแนนเท่ากันในทุกข้อสอบ

โดยเฉพาะเมื่อข้อสอบหนึ่งไม่ได้ประเมินการพูดและเขียน ขณะที่อีกข้อสอบวัดครบสี่ทักษะ

ผู้ที่ต้องการศึกษาแนวทางเทียบระดับเพิ่มเติมสามารถอ่านบทความ เทียบคะแนนสอบภาษาอังกฤษกับ CEFR และควรใช้ข้อมูลจากผู้จัดสอบประกอบการตัดสินใจเสมอ

ถ้าผู้รับคะแนนยอมรับทั้ง TOEFL และ IELTS

บางมหาวิทยาลัยยอมรับทั้ง TOEFL iBT และ IELTS Academic ทำให้ผู้สมัครมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งประเภท

หากผู้รับคะแนนยอมรับทั้งสองแบบ ควรพิจารณาความถนัดและรูปแบบข้อสอบเป็นหลัก เช่น

  • รูปแบบการพูด: IELTS Speaking เป็นการสนทนากับผู้สอบสัมภาษณ์ ส่วน TOEFL iBT ใช้การตอบผ่านคอมพิวเตอร์
  • ประเภทงานเขียน: IELTS Academic มีงานเขียนตามรูปแบบของ IELTS ส่วน TOEFL iBT 2026 มีงาน Build a Sentence, Write an Email และ Write for an Academic Discussion
  • ลักษณะการฟัง: ควรทดลองฟังตัวอย่างข้อสอบทั้งสองประเภท เพื่อประเมินความคุ้นเคยกับสำเนียง ความเร็ว และรูปแบบคำถาม
  • วันสอบและสถานที่: เลือกประเภทที่สามารถสอบและส่งผลคะแนนได้ทันกำหนดยื่น
  • คะแนนขั้นต่ำ: ตรวจสอบทั้งคะแนนรวมและคะแนนรายทักษะที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ไม่ควรตัดสินว่าข้อสอบใดง่ายกว่าจากประสบการณ์ของคนอื่นเพียงอย่างเดียว เพราะความถนัดของแต่ละคนแตกต่างกัน

หากกำลังพิจารณา IELTS ควบคู่กับ TOEFL สามารถอ่านบทความ IELTS Academic กับ General Training ต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกประเภท IELTS ให้ตรงกับเป้าหมายด้วย

คำถามที่พบบ่อย

คะแนน TOEFL แบบเก่า 0-120 ยังใช้ได้อยู่ไหม

คะแนน TOEFL iBT ที่สอบก่อนวันที่ 21 มกราคม 2026 ยังสามารถใช้ได้ภายในอายุผลสอบสองปีตามนโยบายของ ETS

อย่างไรก็ตาม ผู้รับคะแนนเป็นผู้กำหนดว่าจะยอมรับผลสอบรุ่นเก่าอย่างไร รวมถึงอาจกำหนดวันที่สอบขั้นต่ำหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม

หากกำลังยื่นคะแนนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกรณีที่ยังระบุเกณฑ์คะแนนเป็นสเกล 0-120

TOEFL ITP ใช้สมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้ไหม

บางสถาบันหรือโครงการอาจยอมรับ TOEFL ITP ตามข้อตกลงเฉพาะ แต่ไม่ควรถือว่าใช้สมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้ทั่วไป

มหาวิทยาลัยจำนวนมากกำหนดให้ใช้ TOEFL iBT หรือข้อสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่นที่ระบุไว้ในข้อกำหนดรับสมัคร

หากต้องการใช้ TOEFL ITP เรียนต่อต่างประเทศ ต้องได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยหรือโครงการปลายทางก่อนสมัครสอบ

ควรสอบ ITP ก่อนเพื่อลองระดับไหม

สามารถใช้ TOEFL ITP เพื่อประเมินความสามารถด้านการฟัง โครงสร้างภาษา และการอ่านได้ หากมีเหตุผลที่เหมาะสมกับเป้าหมาย

แต่หากเป้าหมายสุดท้ายคือ TOEFL iBT การสอบ ITP ก่อนอาจไม่จำเป็น เพราะไม่ได้ประเมินทักษะพูดและเขียนในรูปแบบเดียวกับ iBT

ผู้ที่ต้องการรู้ระดับก่อนเตรียม iBT อาจเริ่มจาก Placement Test หรือแบบทดสอบวินิจฉัยที่ครอบคลุมทักษะและรูปแบบงานของ TOEFL iBT ปัจจุบัน เพื่อใช้วางแผนได้ตรงกว่า

เลือก TOEFL ให้ตรงกับผู้รับคะแนนตั้งแต่แรก

ความแตกต่างระหว่าง TOEFL ITP กับ TOEFL iBT ไม่ได้มีเพียงรูปแบบข้อสอบ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการนำคะแนนไปใช้งาน

หากมหาวิทยาลัยหรือองค์กรระบุรับ TOEFL ITP ควรตรวจสอบ Level และคะแนนขั้นต่ำก่อนสมัคร ส่วนผู้ที่ต้องใช้คะแนนเรียนต่อต่างประเทศควรตรวจสอบว่าเป็น TOEFL iBT หรือข้อสอบอื่นที่หลักสูตรยอมรับ

สำหรับ TOEFL iBT ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนรูปแบบและสเกลคะแนนตั้งแต่ปี 2026 ด้วย เพื่อไม่ให้ใช้แผนเตรียมตัวหรือเกณฑ์คะแนนที่ล้าสมัย

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกข้อสอบประเภทใด สามารถอ่านบทความหลัก เลือกข้อสอบภาษาอังกฤษให้ตรงเป้าหมาย เพื่อเปรียบเทียบ TOEFL, IELTS, TOEIC และข้อสอบอื่นตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

หากยังไม่มั่นใจว่าระดับภาษาอังกฤษปัจจุบันเพียงพอกับคะแนนเป้าหมายหรือไม่ สามารถเริ่มจากการวัดระดับและวางแผนเตรียมสอบให้ตรงกับประเภทข้อสอบที่ต้องใช้จริง

ศึกษารายละเอียดการเตรียมสอบและสอบถามการประเมินระดับได้จาก หลักสูตรเตรียมสอบภาษาอังกฤษของ inlingua ซึ่งครอบคลุม TOEFL, TOEIC, IELTS, SAT และ GMAT ทั้งแบบตัวต่อตัวและออนไลน์สด

การเลือกข้อสอบให้ถูกประเภทตั้งแต่แรก จะช่วยให้ใช้เวลาเตรียมตัวกับทักษะที่จำเป็น และลดความเสี่ยงจากการมีคะแนนสอบที่ไม่สามารถนำไปยื่นตามเป้าหมายได้

แชร์ไปยัง:

รูปภาพของ inlingua Team

inlingua Team

inlingua Team คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและการสอนภาษาจาก inlingua ซึ่งเป็นองค์กรการศึกษาภาษาระดับโลกที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปีในการพัฒนาวิธีการเรียนรู้ภาษาที่มีประสิทธิภาพ
ส่งฟอร์มติดต่อ ติดต่อผ่านไลน์ โทรสอบถาม

ลงทะเบียนทดสอบวัดระดับความรู้

จองตารางสอยทดสอบวัดระดับความรู้